การเรียนการสอน

ลานประถม ( อายุ 6-12 ปี )

 

 

ลานประถม ( อายุ 6-12 ปี )

การเรียนรู้เริ่มขึ้นที่นี่อย่างสอดคล้องกับวัย และพัฒนาการจากสิ่งที่ใกล้ตัวสู่สิ่งที่อยู่ไกลตัว การได้เรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้ที่เป็นจริง ได้สัมผัสกับสิ่งต่างๆ ด้วยอายตนะทั้ง 6 ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้ง และเกิดความคิดรวบยอดขึ้นได้ด้วยตนเอง การได้บันทึกและนำเสนอข้อมูล เป็นการส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักการวิเคราะห์ สังเคราะห์ สิ่งที่ได้เรียนรู้มา จากนั้นเด็กๆ จะได้รับการสนับสนุนให้นำเสนอข้อมูล หรือข้อสรุปที่ได้ในรูปแบบต่างๆ ความรู้ที่เด็กได้จึงไม่เป็นเพียงสิ่งที่เด็กต้องจำเท่านั้น แต่เด็กจะได้เรียนรู้การใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อันได้แก่ การรู้จักสังเกต และค้นคว้าหาข้อมูล การเชื่อมโยงเหตุและผล การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล ก่อนจะสรุปและนำเสนอในรูปแบบต่างๆ รวมถึงเด็กจะได้เรียนรู้กระบวนการทางสังคม นั่นคือกระบวนการกลุ่ม การทำงานเป็นทีมซึ่งจะปลูกฝังให้เด็กรู้จักการรอคอยและยอมรับในความคิดเห็นของเพื่อน การรู้จักเผชิญปัญหาอย่างมีสติ การร่วมกันแก้ปัญหาซึ่งจะฝึกการเป็นผู้นำ – ผู้ตาม การยอมรับบทบาทของกันและกัน การรู้จักเผชิญปัญหาอย่างมีสติ การร่วมกันแก้ปัญหาซึ่งจะฝึกการเป็นผู้นำ - ผู้ตาม

การยอมรับบทบาทของกัน และการรู้จักสรุปบทเรียน ในเวทีของการนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้ในช่วงเวลาก่อนปิดภาค จึงเห็นได้ว่า เด็กๆแบ่งงาน และแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างสงบ และพยายามช่วยเหลือกันทำให้งานบรรลุผลอย่างที่ตนเองต้องการ การนำเสนองานต่อสังคม เป็นภาระหน้าที่ที่เด็กๆ จะได้แสดงออกอย่างมีความมั่นใจ เพราะกระบวนการเรียนรู้ที่ได้บ่มเพาะลงไปในเนื้อในตัวเด็กนั้น ทำให้เด็กเกิดความคิดรวบยอดขึ้นด้วยตนเอง ไม่ได้เกิดจากการท่องจำ

การเรียนรู้ในลานประถมเริ่มต้นจากการรู้จักการปรับตัวเพื่อที่จะอยู่ในห้องเรียนที่เปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่ง เด็กๆเริ่มต้นจากการเรียนรู้ว่า ห้องเรียนเล็กๆนี้ เป็นแหล่งรวมของความแตกต่าง เราจะปรับตัวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้อย่างไร เราจะช่วยเหลือกันได้อย่างไรในชีวิตประจำวัน และจะดูแลบ้านของเราอย่างไร เด็กเรียนรู้ทักษะชีวิตจากการปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน โดยมีคุณครูและผู้ใหญ่ในโรงเรียนเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นกัลยาณมิตรสม่ำเสมอ จนกลายเป็นวิถีชีวิตของเด็กๆ เมื่ออยู่ในลานประถมตลอดทั้ง 6 ปีการศึกษา

การเรียนรู้ในหน่วยบูรณาการ เด็กๆในลานประถมจะได้รับการเรียนรู้แบ่งเป็น 3 ภาค แห่งการเรียนรู้ใหญ่ๆ คือ ภาคแรกเป็นการเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง ภาคที่สองเป็นการเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสังคม ชุมชน และภาคที่สามเป็นการเรียนรู้เรื่องราวของการเชื่องโยงตนเองกับชุมชน ซึ่งเนื้อหาของการเรียนรู้จะละเอียดหรือเจาะลึกเพียงใด ขึ้นอยู่กับกรอบของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด โดยพิจารณาจากความเหมาะสมของวัย และช่วงชั้นเป็นสำคัญ

ในท้ายทีสุดแล้วนอกจากความรู้ทางวิชาการในกรอบของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการที่เด็กๆ จะได้รับแล้ว เด็กๆจะเรียนรู้ว่า ไม่เพียงแต่พวกเขาจะต้องอยู่ร่วมกับผู้คนมากมายในสังคม แม้กระทั่งโลกก็ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ทุกสิ่งมีผลกระทบซึ่งกันและกัน พึ่งพิงกัน ซึ่งเมื่อพูดถึงสิ่งมีชีวิตบนโลก พวกเขาอาจดูเล็กมากกว่าจดหนึ่งจุด ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากจากกระบวนการเรียนรู้ซึ่งเริ่มต้นจากสิ่งที่ใกล้ตัวสู่สิ่งทีไกลตัว ทำให้เด็กๆเชื่อมโยงได้ว่า คนทุกคนล้วนมีสวนในการสร้างหรือทำลายโลกนี้ ถ้าเด็กๆ อยากให้โลกสวยก็ต้องเริ่มต้นที่ตัวเอง หากทำได้เช่นนี้ เด็กๆ ก็จะเติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่าแก่โลก เฉกเช่นไม้งามที่มีคุณค่าแก่ป่าใหญ่สืบไป

 

 

ดาวน์โหลดใบสมัครเรียน

 

  • Hits: 19964

เรือนอนุบาล ( อายุ 3-6 ปี )

เรือนอนุบาล ( อายุ 3-6 ปี )

สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ที่กำหนดถึงการพัฒนาเด็กเป็นองค์รวม จากเรื่องที่ใกล้ตัวไปไกล โดยจัดในรูปของกิจกรรมบูรณาการ ให้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เกิดความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งเกิดการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เน้นเด็กเป็นสำคัญ

แนวการจัดประสบการณ์ แนวการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ เป็นกิจกรรมที่มุ่งการการพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ พัฒนากล้ามเนื้อเล็ก พัฒนาอารมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม พัฒนาสังคม นิสัย พัฒนาการคิด พัฒนาภาษา และกิจกรรมส่งเสริมจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ บนพื้นฐานความสัมพันธ์ร่วมมือกันของชุมชนกัลยาณมิตร อันได้แก่ บ้าน โรงเรียน ชุมชน ผนวกเข้ากับกระบวนการเรียนรู้แบบโครงการ (Project Approach) และภาษาธรรมชาติ (Whole Language)

แนวการจัดประสบการณ์

  1. กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ เพื่อให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ เคลื่อนไหวและความแคล่วคล่องในการใช้อวัยวะต่าง ๆ เช่น กิจกรรมพลศึกษา กิจกรรม SI (Sensory Integration) การเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะดนตรี และว่ายน้ำ
  2. กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเล็ก การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือและตา เช่น บล็อกเกมการศึกษา ฯลฯ
  3. กิจกรรมพัฒนาอารมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรม เพื่อให้เด็กมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
  4. กิจกรรมพัฒนาสังคมนิสัย เพื่อให้เด็กมีลักษณะนิสัยที่ดี แสดงออกอย่างเหมาะสม และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข มีนิสัยรักการทำงาน รู้จักระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น ผ่านกิจกรรมที่จัดเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างสม่ำเสมอ
  5. กิจกรรมพัฒนาความคิด เพื่อพัฒนาความคิดรวบยอด สังเกต จำแนก เปรียบเทียบ จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับเหตุการณ์ แก้ปัญหา
  6. กิจกรรมพัฒนาภาษา เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสใช้ภาษาสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้สึก ความนึกคิด ความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่เด็กมีประสบการณ์ เปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ทักษะทางภาษา ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียนไปพร้อมๆกัน และสามารถนำทักษะที่เรียนรู้นี้ไปแสวงหาความรู้ตามวัย
  7. กิจกรรมส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก

ดาวน์โหลดใบสมัครเรียน

  • Hits: 24381

บ้านเด็กเล็ก ( อายุ 2-3 ปี )

บ้านเด็กเล็ก ( อายุ 2-3 ปี )

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เน้นความเป็นธรรมชาติ มีความสดชื่นสวยงาม ทว่าสงบและเรียบง่าย สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กๆ รู้ซึ้งถึงความอบอุ่น และรวมถึงความรู้สึกปกป้องมั่นคง ในขณะเดียวกันเด็กๆ จะเรียนรู้การใช้ชีวิตตามครรลองแห่งสังคม โดยมีครูเป็นแบบอย่างการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอันดีงาม อย่างเป็นจังหวะเวลาซึ่งสอดคล้องรับกับพัฒนาการแห่งวัยเด็ก

ในส่วนเนื้อหาของการเรียนรู้ในบ้านเด็กเล็ก จะสัมพันธ์กับฤดูกาล สภาพท้องถิ่น วิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีที่สัมพันธ์กับชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก เช่น การช่วยเหลือตัวเอง หรือการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งทางโรงเรียนจะยึดหลักการจัดกิจกรรมการสอนที่เป็นแบบแผน เพื่อให้จังหวะชีวิตของเด็กและห้องเรียนเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ จากการทบทวนทำกิจกรรมซ้ำ และปลูกฝังให้เด็กได้รู้จักศรัทธาต่อความดีงาม รู้จักปฏิบัติต่อชีวิต ผู้คน และธรรมชาติรอบตัวด้วยความรักและรู้คุณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นอย่างสร้างสรรค์ การเล่านิทาน การร้องเพลง ท่องบทกลอน การระบายสีน้ำ วาดสีเทียน การร้อยดอกไม้ การปั้นขี้ผึ้ง การทำอาหารและกิจกรรมพลศึกษา

 

ดาวน์โหลดใบสมัครเรียน

  • Hits: 25846